กรุณาระบุคำค้นหาที่ท่านต้องการ

ความลักลั่นของกฎหมายปราบคนโกง แก้ไขให้สอดคล้องกันเถิดครับ
บทความใสสะอาด
26 ตุลาคม 2565
ผู้เข้าชม 113 คน
Post Content Image

        เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ผู้เขียนได้เขียนเรื่อง “โปรดช่วยกันทำให้คนโกงไม่มีที่ยืน” ใน Blog นี้ และต่อมาในวันจันทร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็ได้เขียนเรื่อง “การโกงเงินหลวงง่ายๆ ตรวจสอบก็ง่าย แต่ก็ไม่ค่อยสนใจตรวจสอบกัน” ใน Blog นี้ เข่นเดียวกัน

        เขียนทั้งสองเรื่องแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังมีกฎหมายปราบคนโกง ๒ ฉบับ ซึ่งไม่สอดคล้องต้องกัน สมควรอย่างยิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องต้องกันในอันที่จะขจัดคนโกงไม่ให้มีในประเทศไทย กล่าวคือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา ๘๔ ได้บัญญัติว่าภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ การกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐดังต่อไปนี้ ว่ากระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ให้กล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกินห้าปี แต่ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๐๐ ได้บัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการพลเรือนว่าข้าราชการพลเรือนสามัญได้เกษียณอายุไปแล้วไม่อาจดำเนินการทางวินัยได้ เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ ได้ดําเนินการสอบสวนตามมาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ กล่าวโดยสรุปก็คือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช. มีอำนาจพิจารณาโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งรวมทั้งข้าราชการพลเรือนที่พ้นจากราชการไปแล้วไม่เกิน ๕ ปี แต่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ผู้บังคับบัญชาไม่อาจดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการไปแล้วได้เว้นแต่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันหลังจากพ้นจากราชการ ดังนั้น ในกรณีที่ ป.ป.ช. พิจารณากล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเคยเป็นข้าราชการมาก่อนแต่พ้นจากราชการไปแล้วเกิน ๑๘๐ วัน แต่ยังไม่ถึง ๕ ปี หากศาลได้พิจารณาพิพากษาจำคุก ทางราชการก็ไม่อาจลงโทษทางวินัยโดยการไล่ออกได้ เพราะไม่ได้ดําเนินการสอบสวนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ ข้าราชการขี้โกงที่ได้พ้นจากราชการไปแล้วก็ยังอาจรับบำเหน็จบำนาญได้ ทั้งๆ ที่ถูกจำคุก ซึ่งหากเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น ก็ย่อมขัดเขินต่อเหตุผล เพราะถูกจำคุกแล้วไม่ถูกลงโทษไล่ออก ยังรับบำนาญได้เหมือนข้าราชการที่พ้นจากราชการแล้วทั่วไป และผู้เขียนก็ไม่ทราบว่ากฎหมายที่ใช้บับคับเกี่ยวกับข้าราชการอื่นๆ จะกำหนดเวลาในลักษณะนี้ไว้อย่างไร กำหนดระยะเวลาไว้แตกต่างกันหรือไม่ แม้จะสันนิษฐานว่าคงเป็นเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่ารัฐบาลน่าจะพิจารณาปรับปรุงกฎหมายปราบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่โกงให้สอดคล้องต้องกัน อาจจะกำหนดระยะเวลา ๕ ปี หรือกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่นตามความเหมาะสมก็ได้

        ก็ไม่แน่หรอกนะครับ รัฐบาลอาจกำลังพิจารณาอยู่ก็ได้ เพราะได้ให้ความสำคัญเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว หากเป็นอย่างนั้นก็ขอสาธุ ประเทศไทยจะได้หมดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่โกงบ้านโกงเมือง และประเทศไทยจะได้ใสสะอาด ปราศจากคอร์รัปชั่นกันเสียที


พุธทรัพย์ มณีศรี​

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
บทความใสสะอาด ที่เกี่ยวข้อง
Hover Icon
บทความใสสะอาด
ตามไปดูลูกสาวของแผ่นดินที่สงขลา
14 กุมภาพันธ์ 2566
100
Hover Icon
บทความใสสะอาด
คืนคุณภาพสู่ห้องเรียน
06 กุมภาพันธ์ 2566
220
Hover Icon
บทความใสสะอาด
จริยธรรมข้าราชการพลเรือน
06 กุมภาพันธ์ 2566
222
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้ โดยคลิก "การตั้งค่าคุกกี้" นโยบายความเป็นส่วนตัว

การตั้งค่าคุกกี้